ร้านกาแฟสมุทรสาคร ชูเมนูเด่นใช้ ‘มะพร้าวอ่อน’ วัตถุดิบในท้องถิ่น

ไอเดียเก๋! ร้านเดอ ไปป์ คอฟฟี่ ชูจุดขายนำมะพร้าวน้ำหอม ผลไม้ขึ้นชื่อใน อ.บ้านแพ้ว สมุทรสาคร มาต่อยอดผสมกาแฟ กลายเป็น กาแฟสดมะพร้าวอ่อน ลูกค้าติดใจ สร้างรายได้งาม…

วันที่ 11 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร พบร้านกาแฟขึ้นชื่อแห่งหนึ่ง ที่นำวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อในท้องถิ่นมาแปรรูป โดยมี นางสาวยุพาพรรณ นุชชาติ วัย 29 ปี ชาวบ้าน ม.13 ต.หลักสาม เจ้าของร้าน เดอ ไปป์ คอฟฟี่ กาแฟสดมะพร้าวอ่อน ผู้ที่ได้นำมะพร้าวมาแปรรูปผสมรวมกับกาแฟ ทำเป็นกาแฟสดมะพร้าวอ่อน สร้างรายได้อย่างงดงามร้าน เดอ ไปป์ คอฟฟี่ กาแฟสดมะพร้าวอ่อน

นางสาวยุพาพรรณ นุชชาติ กับกิจการร้านกาแฟที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นมาต่อยอด

นางสาวยุพาพรรณ กล่าวว่า ตนเรียนจบปริญญาตรี ด้านจิตวิทยา หลังจากจบมาก็มาช่วยครอบครัวดูแลกิจการ เรื่องการทำท่อ PVC แต่ช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ดี เลยมาหาอาชีพเสริม จึงได้เปิดร้านกาแฟแห่งนี้ นานประมาณ 4 เดือนแล้ว สำหรับตนนั้น มีใจรักอาชีพค้าขายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไปเรียนสูตรการชงกาแฟ รวมทั้งอยากมีอะไรแปลกๆ เป็นจุดขาย จึงนึกถึงมะพร้าว ที่ถือว่าเป็นวัตถุดิบของ อำเภอบ้านแพ้ว มาเป็นจุดเด่นในการผสมกับกาแฟ เพราะว่ามะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จะมีรสชาติหอมหวาน เนื่องจากปลูกในดินกร่อย รสชาติจึงไม่เหมือนมะพร้าวที่อื่นมะพร้าว วัตถุดิบขึ้นชื่อของ อ.บ้านแพ้ว

เจ้าของร้าน เดอ ไปป์ คอฟฟี่ กล่าวต่อว่า จากนั้น ก็ได้คิดค้นสูตรขึ้นมา โดยผสมผสานระหว่างน้ำมะพร้าวกับกาแฟคั่วบด นำนมสดผสมกับน้ำมะพร้าวอ่อน เทใส่แก้ว จากนั้นเทกาแฟสดตาม พร้อมโรยหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อน ซึ่งใครหลายคนอาจคิดว่ารสชาตินั้นจะเข้ากันได้หรือไม่ แต่เมื่อชิมแล้ว ต้องบอกเลยว่าอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนเทคนิคการดื่มกาแฟสดมะพร้าวอ่อนนั้น ให้ใช้หลอดคนน้ำมะพร้าวที่ผสมนมสดชั้นล่างกับกาแฟคั่วบดชั้นบน และเมื่อดูดเข้าไป จะรู้สึกได้ถึงกลิ่นและรสชาติของน้ำมะพร้าวกลมกล่อม สดชื่นถึงใจเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ ชาเย็น ชาเขียว นมสด บ๊วยแดงโซดา

นางสาวยุพาพรรณ กล่าวอีกว่านอกจากเมนูยอดฮิตอย่าง กาแฟสดน้ำมะพร้าวอ่อนแล้ว ยังมีเครื่องดื่มอีกหลากหลาย อาทิ ชาเย็น ชาเขียว นมสด บ๊วยแดงโซดา อีกทั้งยังมีเมนูขนมปังปิ้งหน้าต่างๆ ให้เลือกทานอีกด้วย และที่สำคัญ การจัดบรรยากาศภายในร้านนั้น มีทั้งจัดมุมเป็นสวนร่มรื่นหน้าร้าน โดยนำของเหลือใช้มาประดับ โดยมีทั้งยางรถทำเป็นที่นั่งเล่น อีกทั้งนำรถเก่ามาออกแบบเป็นที่นั่งสำหรับทานกาแฟอีกด้วย หรือสามารถเข้ามาในร้านนั่งได้แบบสบายๆ ตามต้องการก็ได้เช่นเดียวกันเทคนิคการดื่มกาแฟสดมะพร้าวอ่อนนั้น ให้ใช้หลอดคนน้ำมะพร้าวที่ผสมนมสดชั้นล่างกับกาแฟคั่วบดชั้นบน และเมื่อดูดเข้าไป จะรู้สึกได้ถึงกลิ่นและรสชาติของน้ำมะพร้าว

นางสาวยุพาพรรณ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่เปิดร้านมา ลูกค้าติดใจในรสชาติเป็นอย่างมาก รายได้จึงพุ่งขึ้นตาม และปัจจุบันนี้ต้องใช้มะพร้าวน้ำหอมประมาณ 20-30 ลูกต่อวัน ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถสอบถามเส้นทางมาร้านได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 08-4800-7330 หรือ เฟซบุ๊ก เดอ ไปป์ คอฟฟี่ ร้านเปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด.

ที่มา>>>Thairath

ภัยแล้งกระทบแหล่งปลูก ชาวสวนเชียงรายปลื้ม ส้มโอเวียงแก่นราคาพุ่ง

ส้มโอเวียงแก่น จ.เชียงราย ได้อานิสงส์จากภัยแล้งกระทบแหล่งปลูกหลักในประเทศ ทำให้มีพ่อค้าส่งออกแห่ขอซื้อป้อนตลาดแทน ชาวสวนยิ้มได้ราคาดี เร่งนำผลผลิตออกขายเมืองนอก แจ้งคนไทยอย่าเพิ่งซื้อรับประทานช่วงนี้ เดือน ก.ค.จะอร่อยสุด…

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.59 นายสมศักดิ์ บุญยวง ประธานวิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยแล้งปีนี้ ส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตส้มโอที่มีชื่อเสียงหลายพื้นที่ของไทย เช่น พิจิตร นครปฐม มีผลผลิตน้อย ผู้ซื้อผลไม้รายใหญ่ๆ ที่ส่งออกต่างประเทศต่างต้องหาส้มโอป้อนตลาดเจ้าประจำให้เพียงพอเพื่อให้พอกับความต้องการตลาด โดยปีนี้ได้มีพ่อค้ารายใหญ่ได้ไปเปิด ล้ง เพื่อรับซื้อส้มโอเวียงแก่นเพื่อส่งออกไปยัง ฮ่องกง และยุโรป ในพื้นที่เวียงแก่นกันแล้ว โดยรับซื้อในราคาที่ดีกว่าทุกๆ ปี คือ ผลละ 35-40 บาท ที่ นน. 1.20 กก.นายสมศักดิ์ บุญยวง ประธานวิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก จ.เชียงราย

ประธานวิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก กล่าวต่อว่า เนื่องจากช่วงนี้ส้มที่จะนำออกจากสวนมาขายได้ ต้องเป็นส้มโอที่แก่แล้ว เป็นส้มที่ออกรุ่นแรกเท่านั้นจำนวนยังน้อย และหลังจากเก็บจากต้น ต้องรอสัก 1-2 อาทิตย์ จึงจะรับประทานได้ ส่วนที่ ล้งไปรับซื้อจึงเป็นส้มเพื่อส่งออกเท่านั้น เพราะต้องขนส่งเดินทางอีกนับเดือนจะถึงปลายทาง ส่วนส้มที่เหมาะที่จะรับประทานในพื้นที่ หรือเมืองไทย ควรเป็นช่วงต้นเดือน ก.ค.เป็นต้นไป ส้มโอเวียงแก่นมีหลายสายพันธุ์ เช่น ทองดี เซลเลอร์ ขาวใหญ่ ขาวน้ำผึ้ง รสชาติก็แตกต่างกันคัดส้มโอส่งข่ายต่างประเทศ

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้เรียกคณะกรรมการ วิสาหกิจชุมชนฯ และเจ้าของ ล้ง มาร่วมประชุม เพื่อบริหารจัดการควบคุมการซื้อ ขาย ส้มโอ โดยเน้นที่คุณภาพ ห้ามชาวสวน และล้ง ซื้อ ขาย ส้มโอที่ไม่แก่เด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อรักษาป้องกันคุณภาพ และชื่อเสียงส้มโอของ อ.เวียงแก่น จ.เชียงรายส้มโอเวียงแก่น ได้โอกาสขายช่วงหน้าแล้ง

ประธานวิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก กล่าวด้วยว่า สำหรับ อ.เวียงแก่น จ.เชียงรายมีส้มโอคุณภาพดี เกษตรกรส่วนใหญ่ทำสวนเป็นอาชีพ มีพื้นที่ปลูกกว่า 3,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 10 ล้านลูกต่อปี พันธุ์ที่ปลูกและส่งออกขายดีที่สุด คือ พันธุ์ทองดี ขาวใหญ่ และเซลเลอร์ สำหรับส้มโอเวียงแก่นนอกจากเป็นส้มโอแหล่งเดียวของประเทศที่สามารถส่งออกไปยังกลุ่มประเทศยุโรปหรืออียู ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7 และยังส่งออกไปยังกลุ่มอาเซียน เช่น จีน และฮ่องกงที่เป็นตลาดใหญ่ ส้มโอเวียงแก่น และรอบบ้าน สปป.ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม มาเลเซีย อีกด้วย เป็นเรื่องดีที่ภัยแล้งไม่ส่งผลกระทบผลผลิตส้มโอที่นี่ จึงทำให้ผลผลิตสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา.

ที่มา>>>Thairath

เกษตรกร-ลูกจ้าง รง.แปรรูปอาหาร ร้องดีเอสไอ ถูกเบี้ยวค่าแรง 53 ล้าน

กลุ่มแรงงานเกษตรกรปลูกข้าวโพดภาคเหนือกว่า 40 คน ร้องดีเอสไอ สอบบริษัท โกงค่าแรงและผลิตผลทางการเกษตร เสียหายกว่า 53 ล้าน เผยเดือดร้อนหนัก ร้องหลายหน่วยงานไม่คืบ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 พ.ค.59 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายความชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยนายบุญเรือง คำวงศ์ษา ตัวแทนเกษตรกร จ.พะเยา และนางประไพ พรมพิบาล ตัวแทนพนักงานโรงงาน นำเกษตรกรและพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ประมาณ 40 คน เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีอาญากับกรรมการผู้จัดการบริษัท ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยมีนายบัณฑิต สังขนันท์ ผอ.ส่วนรับเรื่องร้องทุกข์ ดีเอสไอ เป็นตัวแทนรับเรื่อง

นายบุญเรือง ตัวแทนเกษตรกร กล่าวว่า ตนเป็นชาวเกษตรกร จ.พะเยา ส่งผลผลิต เช่น ข้าวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน มะม่วง และไผ่ตง ให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยเริ่มส่งให้กับทางบริษัทดังกล่าวตั้งแต่ปี 2554-2556 โดยบริษัท มียอดเงินค้างจ่ายให้กับเกษตรกร 94 ราย เฉลี่ยรายละ 3 แสนบาท รวมมูลค่ากว่า 34 ล้านบาท ซึ่งในวันนี้ตนต้องการมาขอความช่วยเหลือจากดีเอสไอ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะต้องการนำเงินไปเป็นค่าปุ๋ย ค่าดิน เพื่อนำผลผลิตมาขายให้กับบริษัทแอกโกรฯ แต่เมื่อทางบริษัทดังกล่าวนำผลผลิตของพวกตนไปขายแล้ว กลับไม่จ่ายเงินให้ จึงทำให้พวกตนได้รับความเดือดร้อน นายบุญเรือง กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เราพบว่าตั้งแต่ปี 2554 ทางบริษัท เริ่มประสบปัญหาด้านการเงิน แต่ก็ยังมีการสั่งผลผลิตทางการเกษตรกับพวกเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเราก็ส่งให้ตามปกติโดยหวังว่าจะได้ผลตอบแทนส่วนเก่าคืน แต่ในช่วงปี 2556 ทางบริษัท ก็ได้ปิดกิจการลง จึงทำให้ชาวเกษตรกรที่ส่งผลผลิต 94 ราย จาก 4 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ คือ จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และจ.ลำปาง ได้รับความเสียหายมูลค่ากว่า 34 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตนได้นำหลักฐานการทำสัญญาและใบเสร็จการซื้อขายกับทางบริษัทดังกล่าว มาให้กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2558 ทางกลุ่มเกษตรกรและพนักงานของบริษัทดังกล่าว ได้เคยเดินทางมาร้องเรียนกับทางดีเอสไอแล้ว ซึ่งดีเอสไอได้ส่งเรื่องกลับไปยังจังหวัด และอ้างว่า เมื่อเดินทางไปสอบถามความคืบหน้ากับผู้ว่าราชการจังหวัด กลับไม่ได้รับคำตอบเกี่ยวกับความคืบหน้า

นางประไพ ตัวแทนพนักงานโรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานโรงงานของ บริษัทดังกล่าว ทั้งหมด 178 คน ที่ถูกทางโรงงานไม่ดำเนินการจ่ายค่าแรงตามที่ได้ทำงานไป โดยก่อนหน้านี้ได้มีการพยายามเดินเรื่องเพื่อขอความเป็นธรรมตามขั้นตอนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.พะเยาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าและยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งขณะนี้ทางบริษัท ได้ปิดกิจการลงตั้งแต่เดือน ก.ย. 2556 หลังจากปิดกิจการทางพนักงานที่ได้รับความเสียหายก็ไม่สามารถติดต่อกับทางบริษัทดังกล่าวได้เลย ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายในส่วนของแรงงานทั้ง 178 คน ซึ่งได้รับค่าแรงขั้นต่ำ 300-400 บาท เฉลี่ยตามอายุการทำงาน รวมทั้งสิ้นกว่า 19 ล้านบาท

ด้าน นายบัณฑิต กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอจะรับเรื่องดังกล่าวไว้ ซึ่งเป็นเอกสารและหลักฐานที่กลุ่มผู้เสียหายเข้ามายื่นเพิ่มเติม เนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้เสียหายได้เคยเข้ายื่นร้องทุกข์แล้วครั้งหนึ่ง แต่จากการตรวจสอบของดีเอสไอในครั้งที่ผ่านมา ทราบว่ากลุ่มผู้เสียหายไปยื่นเรื่องร้องเรียนไว้หลายหน่วยงาน และทางดีเอสไอพบว่าอยู่ในขั้นตอนของการบังคับคดี เราจึงส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดีซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชั้นนั้น แต่ในครั้งนี้ทราบว่า ในชั้นศาลได้มีการยกเลิกไปแล้ว ดังนั้น ดีเอสไอจะเร่งดำเนินการพิจารณาข้อมูลทั้งหมด เพื่อยื่นให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณาเพื่อสั่งการให้กับหน่วยงานของดีเอสไอรับไปดำเนินการต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เงาะ ทุเรียน มังคุด! เปิด 14 สวนเมืองจันท์ จัดบุฟเฟต์ชิม-ช็อปผลไม้

คนชอบผลไม้เตรียมตัว จันทบุรีเตรียมเปิด 14 สวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยว 1 พ.ค.ถึงปลายเดือน ก.ค. จัดชม ชิม ช็อป บุฟเฟต์ผลไม้สด เงาะ ทุเรียน มังคุด ฯลฯ อิ่มอร่อยถึงในสวน ในราคาเพียง 150-500 บาท…

วันที่ 26 เม.ย.2559 นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูผลไม้ทุกปี จ.จันทบุรี ได้จัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อน พร้อมกับสัมผัส ชม ชิม ช็อป ผลไม้สดรสชาติอร่อยหลากหลายชนิดถึงในสวน เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลไม้ รวมถึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกรชาวสวนผลไม้ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ผลไม้คุณภาพของจังหวัดน้องทุเรียนเตรียมตัวแล้ว

นายวิทูรัช กล่าวว่า ขณะนี้ หลายหน่วยงาน ทั้ง สนง.เกษตรจังหวัด, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด, สนง.ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ได้ร่วมกันเตรียมความพร้อม การเปิดสวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยว จ.จันทบุรี ปี 2559 ในช่วงฤดูผลไม้ที่กำลังเริ่มทยอยให้ผลผลิต เบื้องต้น มีสวนผลไม้ของกลุ่มเกษตรกร เข้าร่วมโครงการ พร้อมที่จะเปิดรองรับนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมแล้ว รวม 14 แห่ง ประกอบด้วย กลุ่มชาวสวนชุมชนเขาบายศรี, สวนป้าแกลบ OTOP 5 ดาว, สวน เคพี การ์เด้น, สวนรื่นฤดี, สวนอินทรีย์ฟาร์มม้าไทย, สวนสละเฮียถึก, สวนสาวสุดใจ, สวนเจริญชัย, สวนโถทอง, สวนลุงฉัตร, สวนภูทิพย์ธารา, สวนลุงฉลวย, สวนปรานอม และ สวนวดีน้องเงาะก็พร้อมแล้ว

“กำหนดเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม พร้อมอิ่มอร่อยผลไม้รูปแบบบุฟเฟต์ ในราคา 150–500 บาท ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับราคาผลผลิตในตลาด กำหนดเปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม จนถึง ปลายเดือนกรกฎาคม 2559 ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 097-297-2080 หรือที่ ชมรมสวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยว จ.จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 086-834-9604

ส่วนงานผลไม้ของ จ.จันทบุรี ปีนี้ กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 21-29 พฤษภาคม 2559 ณ ศูนย์ปฏิบัติราชการองค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี ริมถนนสุขุมวิท ภายใต้ชื่อ “จันทบุรี มหานครผลไม้ 2016”ทุเรียน มังคุด และเงาะรอพวกท่านอยู่

ที่มา>>>Thairath

[wpdevart_like_box profile_id=”504378419709527″ connections=”show” width=”300″ height=”550″ header=”small” cover_photo=”show” locale=”en_US”]