ตร.จับคาร้านเคเอฟซี สาวสวยแก๊งยาบ้า”โจ บ้านไร่” สารภาพหาเงินส่งสามีในเรือนจำ

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. ได้สั่งการให้ตำรวจจับน.ส.กวินชิดา อิศรภักดี อายุ 25 ปี กับนายเอก เพาะบุญ อายุ 25 ปี พร้อมด้วยของกลางยาเค (คีตามีน) ชนิดน้ำบรรจุในจำนวนแก้วทรงกลมจำนวน 1 ขวดน้ำหนักประมาณ 1.6 กิโลกรัม คีตามีนชนิดผงจำนวน 2 ซองเล็กน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 0.90 กรัม ยาไอซ์ 4 ซองรวมน้ำหนักประมาณ 14.40 กรัม ยาบ้าจำนวน 8 เม็ด กัญชาจำนวน 2 ซองเล็ก รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้ารุ่นแอคคอร์ด ทะเบียน 1กก 8539 กรุงเทพฯ และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง  พล.ต.ต.ทนัย กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้จับกุมนายพงศกร หรือ”โจ บ้านไร่” ปันแจ่ม อายุ 39 ปี น.ส.กรณิการ์ สุวรรณ์ อายุ 25 ปี นายวิวัฒน์กิจ ศรีสุวรรณ์ อายุ 26 ปีอ พร้อมด้วยของกลางไอซ์ 4 กิโลกรัม ยาบ้า 225,000 เม็ด จากนั้นสืบสวนทราบว่าน.ส.กวินชิดาและนายเอก ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯเป็นกลุ่มผู้ค้าเดียวกับ”โจ บ้านไร่”  จึงได้วางแผนจับกุมได้  โดยเจ้าหน้าที่ล่อซื้อที่ศูนย์อาหารห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงจอมพล เขตจตุจักร โดยน.ส.กวินชิดาเดินเข้ามาพบกับสายลับและเจ้าหน้าที่อำพรางได้พูดคุยกันและตรวจนับเงินที่ใช้ในการล่อซื้อจนเป็นที่พอใจแล้ว น.ส.กวินชิดาได้แยกตัวออกไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เฝ้าสังเกตการณ์จึงได้สะกดรอยตามไปน.ส.กวินชิดาได้เดินเข้าไปภายในร้าน KFC พบกับนายเอกได้ยื่นถุงกระดาษ สีน้ำตาลส่งให้กับน.ส.กวินชิดา จึงเข้าจับกุมน.ส.กวินชิดา และนายเอกภายในร้าน KFC จากนั้นนำตัวน.ส.กวินชิดาไปทำการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 118 เลขที่ 10/118 THE UNIQUE 10 ชั้น 8 ซอยลาดพร้าว 10 พบของกลาง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมด  จากการสอบปากคำ น.ส.กวินชิดาสารภาพว่า สาเหตุที่ค้ายาเสพติด เพราะตนมีสามีที่ติดคุกในเรือนจำคลองเปรม มีหน้าที่ติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับนายพงศกร หรือโจ บ้านไร่ และเมื่อขายยาเสพติดได้แล้วก็จะนำเงินส่งสามีในเรือนจำ

ที่มา>>>ข่าวสด

ดุเดือดจริงๆ นาทียิงกันสนั่น ตร.ล้อมจับยาบ้า แต่คนร้ายซิ่งปิกอัพพุ่งชนที่พัทยา (คลิป)

14697011581469701252l  คลิปนาทีระทึก ตำรวจล้อมจับเอเย่นต์ยาเสพติด โดยคลิปนี้เผยแพร่โดยเพจ Thailand Police Story  ระบุว่า ตำรวจสภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ทำการล่อซื้อยาเสพติดบริเวณหน้าห้างบิ๊กซีพัทยาใต้ แต่คนร้ายกลับขัดขืน จึงต้องใช้มาตรการเด็ดขาด หลังจับกุมพบยาบ้า 100 เม็ด ยาไอซ์ 4 กรัม

ที่มา>>>ข่าวสด

 

บุกจับ‘ดำ คลองกลาย’ค้นของกลางยังไงก็ไม่เจอ สาบานหน้าหลวงปู่ทวด-อึ้งเจอ(คลิป)

 ฉก.ศรีวิชัย บุกจับ “ดำ คลองกลาย” ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ได้ทั้งยาบ้าและยาไอซ์อื้อ อึ้งขณะตรวจค้นไม่เจอของกลาง จับผู้ต้องหาสาบานกับหลวงปู่ทวดว่า “ถ้ามีของในบ้านขอให้ค้นเจอ” ในที่สุดค้นเจอซ่อนอยู่ที่ชายคาบ้าน “ดำ คลองกลาย” ถึงกับตะลึงคำสาบาน บอกไม่อยากเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง สุดท้ายยอมสารภาพผิด

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 28 ก.ค. นายอำพล สังข์ทอง หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย (ฉก.ศรีวิชัย) ของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สืบทราบมาว่า นายศะตินันท์ ศรีมัง หรือ ชูวิทย์ หรือ “ดำ คลองกลาย” อายุ 52 ปี อยู่ ม.5 ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมมานานแล้ว แต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้ ต่อมาจึงให้สายลับเข้าทำการตรวจสอบที่บ้านดังกล่าว พบว่าเปิดเป็นร้านขายของชำเพื่อบังหน้า และสายลับได้พบอุปกรณ์เสพยาไอซ์ตั้งอยู่บนโต๊ะวางของภายในร้าน จึงมั่นใจว่าที่บ้านดังกล่าวได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้อย่างแน่นอน เจ้าหน้าที่ชุด ฉก.ศรีวิชัย จึงนำกำลังเข้าทำการตรวจค้น โดยแสดงบัตรพนักงาน ปปส.ให้เจ้าของบ้านได้ดู ก่อนจะค้นบ้านอย่างละเอียด และใช้เวลาในการตรวจค้นนานมาก แต่ก็ไม่พบ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวเจ้าของบ้านคือ นายศะตินันท์ ให้ไปสาบานต่อหน้าหลวงปู่ทวดว่า “ถ้ามีของอยู่ในบ้าน ขอให้เจ้าหน้าที่ค้นเจอ” หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็พบของกลางทั้งยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ที่ชายคาบ้าน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่แกะดู พบทั้งยาบ้าจำนวน 200 เม็ด และและยาไอซ์จำนวน 9 ถุง น้ำหนัก 117.84 กรัม รวมทั้งอุปกรณ์เสพอีก 1 ชุด เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวนายศะตินันท์ มาทำการสอบสวน ตอนแรกนั้น นายศะตินันท์ หรือ “ดำ คลองกลาย” ไม่ยอมรับสารภาพ แต่หลังจากให้สาบานต่อหน้าหลวงปู่ทวดแล้ว ตรวจค้นพบของกลางดังกล่าวแล้ว จึงเสียงอ่อย ยอมรับว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง บางส่วนมีคนนำมาฝากขาย ซึ่งไม่อยากเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เนื่องจากหลังสาบานกับหลวงปู่ทวดแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เจอของกลางทั้งหมด ทั้งๆ ก่อนหน้านั้น หาเท่าไรก็ไม่พบ กระทั่งโดนจับกุมในที่สุด ส่วนของกลางทั้งหมดรับมาจากเอเย่นต์คนหนึ่ง นำมาจำหน่ายให้กับคนในพื้นที่มานานแล้ว ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่นั้น ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรศัพท์มาทวงค่ายาเสพติดจากนายศะตินันท์ ว่า เงินที่ค่ายาเสพติดที่ค้างอยู่กว่า 1 แสนบาท เมื่อไหร่จะโอนให้ ซึ่งโทรมา 2-3 ครั้ง แต่นายศะตินันท์ บอกว่า “ค่อยคุยกัน” แล้วรีบปิดโทรศัพท์ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป

สำหรับนายศะตินันท์ ผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับกุมดำเนินคดียาบ้ามาแล้วครั้งหนึ่ง และศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 8 ปี แต่ในชั้นศาลฎีกายกฟ้อง จึงพ้นโทษออกมาแล้วมีพฤติกรรมค้ายาเสพติดจนเป็นที่กล่าวขานกันทั่วไป ต่อมานายอำพล สังข์ทอง หน.ชุด ฉก.ศรีวิชัย ได้ส่งสายเข้าตรวจ พบว่าค้ายาเสพติดจริง จึงเข้าทำการจับกุมตัวได้ พร้อมของกลางจำนวนมากดังกล่าว จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งซิ่งหนีตำรวจ!! รถพุ่งตกถนน หนุ่มชักปืนสู้-เจอยิงหงายท้องดับ

 เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 18 ก.ค. ร.ต.อ.บุญช่วย กันทะวงค์ ร้อยเวร สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ จันทวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ว่าได้นำกำลังชุดสืบสวนร่วมกับชุดสืบสวน ภ.5 วิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมยึดของกลางได้จำนวนมาก จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เรวัตร ยืนธรรม ผกก.สภ.เชียงแสน รับทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนสายบ้านแม่คำใต้-บ้านหนองปลาสะเด็ด ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน ซึ่งเป็นถนนสายรองที่ปกคลุมด้วยป่าละเมาะหนาทึบ และมีเจ้าหน้าที่วางกำลังดูพื้นที่เกิดเหตุไว้แล้ว จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮุนได สีเหลือง หมายเลขทะเบียน กข 4650 เชียงราย อยู่ในสภาพเสียหลักด้านหน้าพุ่งลงไปในพงหญ้าข้างทาง และตรงกระโปรงดานหลังรถ พบกระสอบฟางวางอยู่จำนวน 6 ใบ ภายในมียาบ้าบรรจุอยู่รวมจำนวน 600,000 เม็ด ห่างออกไปจากรถประมาณ 20 เมตร พบศพชาย 1 คน ทราบชื่อต่อมา คือ นายนาธารา อางีกู่ อายุ 21 ปี อยู่ ม.1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย สภาพถูกกระสุนปืนเข้าที่หน้าอกนอนหงายเสียชีวิตคาที่ โดยที่ในมือขวายังถืออาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์อยู่ 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการแจ้งว่า ก่อนหน้านี้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านมาถนนสายดังกล่าว เพื่อเลี่ยงถนนสายหลัก ทำให้เจ้าหน้าที่นำกำลังไปตั้งจุดสกัดเอาไว้ ต่อมาเมื่อพบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับผ่านมา จึงได้ให้สัญญาณหยุดตรวจ แต่กลับมีการเร่งเครื่องผ่านจุดสกัดไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถออกไล่ติดตามไปได้ระยะหนึ่ง ทำให้รถที่หลบหนีเสียหลักพุ่งลงข้างทาง แต่คนขับกลับวิ่งออกไปจากรถและชักอาวุธปืนจะต่อสู้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องวิสามัญฆาตกรรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพไปไว้โรงพยาบาลเชียงแสนและนำของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จับสึก 4 รูปหลวงพี่วัดสระแก้วมั่วสุมเสพยาบ้าคากุฏิ ค้นย่ามเจอกัญชา-อุปกรณ์เสพ

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งว่ามีพระสงฆ์มั่วสุ่มเสพยาและดื่มสุรา ภายในกุฎิวัดสระแก้ว ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด กลางเมืองร้อยเอ็ด ตามนโยบายกวาดล้างอบายมุขของนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการ พิทักษ์สาเกต โดยชุดเคลื่อนที่เร็ว กองบังคับการอาสาสมัครฝ่ายพลเรือนจังหวัดร้อยเอ็ด (บก.อส.จ.รอ) ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองร้อยเอ็ด และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด ออกตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบกลุ่มพระสงฆ์ นั่งอยู่บริเวณหน้ากุฏิจึงได้ทำการตรวจปัสสาวะ พบสารเสพติดเบื้องต้นจำนวน 4 รูป และตรวจค้นย่ามของพระสงฆ์รูปหนึ่ง พบยาบ้าในกระเป๋าเงิน จำนวน 4 เม็ด และพบอุปกรณ์เสพยาบ้า กัญชา ภายในกุฏิ จึงนำตัวพระทั้ง 4 รูป ไปสึกที่วัดสระทอง โดยพระครูสุวรรณสรานุกิจ เจ้าคณะอำเภอเมืองร้อยเอ็ด (มหานิกาย) เป็นผู้ทำพิธี และนำปัสสาวะไปตรวจยืนยันผลที่โรงพยาบาล พบผลบวก และผู้ต้องหา 3 ราย ไม่ประสงค์เข้ารับการบำบัดฟื้นฟู จึงทำบันทึกการจับกุม ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนอีก 1 ราย ยินยอมเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

น.1 แถลงรวบหนุ่มรถทัวร์ ขนยาบ้าเข้ากรุงกว่า 5 แสนเม็ด

รรท.ผบช.น. นำทีมแถลง ตร.ประชาชื่น จับยาบ้ากว่า 5 แสนเม็ด ซุกรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-เชียงราย คุมตัวหนุ่มพนักงานเค้นสอบ สารภาพอ้างไม่รู้ว่าเป็นยาบ้า รับจ้างขนจากเชียงรายมากรุงเทพฯ ทำมาแล้วรอด 2 ครั้ง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 พ.ค.59 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.ประชาชื่น และฝ่ายสืบสวนสน.ประชาชื่น ร่วมแถลงผลการจับกุม นายจันทร์ติ๊ก หรือ โอ แซ่เล่า อายุ 22 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน 552,000 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ บริษัทสยามเฟริส์ทัวร์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. น.1 ขอแถลงเอง รวบชาย ค้ายาบ้า กว่า 5แสนเม็ด

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวนั้นทางตำรวจได้ทำการสืบทราบมาว่ามีการลักลอบขนยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือ โดยการซุกซ่อนมากับรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-เชียงราย และมีผู้ต้องหาซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท มีลักษณะหัวล้าน เป็นคนดูแลเรื่องการลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมจนพบว่า นายโอได้เดินทางออกไปกับรถทัวร์ จากกรุงเทพฯ ประมาณ 4 ทุ่มของวันที่ 7 พ.ค. และกลับเข้า กทม.ประมาณตี 5 ของวันนี้ (9 พ.ค.) จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจค้นผู้ต้องหา พบยาบ้า 30,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในเป้ที่สะพายอยู่ และยังพบว่ายังมีอีก 522,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลังสีแดงใต้ท้องรถทัวร์ จึงทำการจับกุมและยึดยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานรวบหนุ่มค้ายาบ้า 552,000 เม็ด

รรท.ผบช.น. เผยต่อว่า จากการสอบสวน นายโอ ให้การว่า ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมนั้น ตนทำการลำเลียงแบบเดียวกันนี้ 2 ครั้ง ในวันที่ 7 ก.พ. และ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยยาบ้าทั้งหมดรับมาจากชายคนหนึ่งไม่ทราบชื่อ จากจังหวัดเชียงราย และเมื่อมาถึงกรุงเทพฯ จะมีคนมารับและให้ค่าจ้าง แต่ทั้งนี้ผู้ต้องหายังให้การวกวน โดยอ้างว่า ไม่ทราบว่าข้างในเป็นยาเสพติด รู้เพียงว่าเป็นวัสดุ และได้รับค่าดูแลลำเลียงของครั้งละ 200 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อและทำการประสานไปยังตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อตามล่าผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. นำทีมแถลง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ครอบครองเพื่อจำหนายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่ง พงส.สน.ประชาชื่นดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.ตร.โชว์ฟอร์ม

ที่มา>>>Thairath

ภ.5 โชว์ผลงานรวบแก๊งเฮโรอีน เครือข่าย ‘จะลอโบ่’ ของกลางค่า 110 ล.

ปราบไม่หมด!! ผบช.ภ.5 โชว์ผลงานหลังจากซิวพี่น้องฝาแฝดขนเฮโรอีน 15.5 กก.ได้ที่ลำปาง ก่อนนำไปขยายผลเข้าค้นบ้านผู้สั่งการได้อีก 2 กก. รวมมูลค่ายาเสพติดสูงถึง 110 ล้านบาท หากสามารถเล็ดลอดไปได้…

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 พ.ค.พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งนายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการขยายผลตรวจค้นและอายัดทรัพย์แก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยได้มีการนำตัวนายวิชา อินชัย และนายวิเชษฐ์ อินชัย เป็นพี่น้องฝาแฝด อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 9 ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางเฮโรอีน 15.5 กิโลกรัม รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน ผห 5044 เชียงใหม่ เงินสดที่เป็นค่าจ้างจำนวน 9,000 บาท โดยจับกุมได้ที่ด่านตรวจสบปราบ จ.ลำปาง

ก่อนที่จะนำมาขยายผลเข้าจับกุมตัว น.ส.เซ่าไหว่ หรือ เก๋ แซ่ย่าง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 671 หมู่ 2 บ้านป่าบง ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และนายอุทัย ทรวงเจริญกุล อายุ 68 ปี เป็นสามีนางเซ่าไหว่ ยึดของกลางเฮโรอีนเพิ่มอีก 2 กิโลกรัมพล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ได้เปิดเผยการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดเฮโรอีน ที่ถูกลำเลียงมาจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยมีกลุ่มว้าเป็นผู้ผลิต โดยเปลี่ยนมาจากการอัดเป็นก้อน มาเป็นผงบรรจุถุงแบบที่เคยทำมาก่อนหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของด่านตรวจ เมื่อนำมาบรรจุแฝงมาในพืชเกษตร จะตรวจพบยาก แต่ในครั้งนี้ต้องขอชื่นชมตำรวจด่านตรวจสบปราบ ที่ใช้การสังเกตพิรุธของคนขับและผู้ที่นั่งมาในรถ ก่อนที่จะใช้เหล็กแหลมแทงไปตามพืชเกษตรจนพบมีการซุกซ่อนเฮโรอีน และนำขยายผลไปจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งอยู่เบื้องหลังจนมีการจับกุมเพิ่มคือ น.ส.เซ่าไหว่ และนายอุทัย ที่บ้านพัก อ.ฝาง ยึดของกลางเฮโรอีนเพิ่มอีก 2 กิโลกรัม และจะมีการขยายผลการอายัดทรัพย์ต่อไป

นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 เผยว่า ในขณะนี้กลุ่มว้าแดงได้เปลี่ยนจากการผลิตยาบ้า มาผลิตเฮโรอีน ซึ่งมีพืชเสพติด ก็คือฝิ่นที่นำมาใช้ผลิตยังมีอยู่มาก จึงได้ผลิตออกมาบรรจุถุงแทนการอัดแท่ง จะทำให้การขนลำเลียงทำได้ง่ายกว่าอัดเป็นแท่ง สำหรับเฮโรอีนชุดนี้หากหลุดรอดไปยังส่วนกลางของประเทศ ก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 7 เท่าตัวของราคา และหากหลุดไปต่างประเทศได้ จะมีมูลค่าถึง 110 ล้านบาท ซึ่งเครือข่ายที่ถูกจับกุมเป็นเครือข่ายของ พ.อ.จะลอโบ่ นายทหารผู้นำว้า ที่มีเครือข่ายใหญ่ที่เรืองอำนาจอยู่.

ที่มา>>>Thairath