ขับออกจากซอยไม่มอง ปิกอัพชนเข้าโครม แถมเสียหลัก ทะลุลงหลุมกลางถนน

เพจ YouLike (คลิปเด็ด)  และ คุณ คุณชาย รองเท้าแตะๆๆ ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อรถกระบะคันหนึ่งได้ตกลงไปหลุม ซึ่งเป็นทางกำลังซ่อมแซมก่อสร้าง โดยผู้โพสต์ระบุว่า ที่ถนนหัวหมากครับ ผมเดินอยู่ข้างทางเห็นตอนลุงขับรถลงหลุมพอดีครับ ภาพยังติดตาเลยย น่ากลัวมาก มีที่กั้นนะครับ เเต่เป็นเเบบพลาสติก ผมไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไร อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากรถยนต์ชนกันก่อนครับ เเล้วรถกะบะถึงเสียหลักลงไปในหลุมครับ รถกระบะขับมาทางตรงคับ เเต่รถคู่กรณีที่ถูกชนกำลังออกมาจากในซอยคับ ออกมาจากในซอยเเบบไม่มองซ้ายขวาเลย เเล้วรถกะบะก็ขับมาด้วยความเร็วมากพอสมควร จึงชนรถที่กำลังจะออกมาจากซอยอย่างจัง จึงทำให้รถกะบะเสียหลักลงหลุมก่อสร้างครับ


ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

VW Group ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ขายดีที่สุดในโลก

VW Group แซงหน้า Toyota ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ขายดีที่สุดในโลก   Volkswagen Group ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ยอดขายรถยนต์สูงที่สุดในโลก แซงหน้าค่ายญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota   

ปัจจุบัน Volkswagen Group มียอดจำหน่ายรถยนต์นับตั้งแต่ต้นปี 2017 จนถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนส่งมอบสูงถึง 7.61 ล้านคันทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 2.4 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Toyota มียอดส่งมอบอยู่ที่ 7.53 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 0.4 เปอร์เซ็นต์     แม้ว่าเครือโฟล์คสวาเก้นกรุ๊ปต้องเผชิญหน้ากับปัญหาโกงค่าไอเสียซึ่งส่งผลให้ยอดจำหน่ายลดลงในหลายประเทศ แต่ก็สามารถทำยอดขายได้อย่างงดงามในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในเครือโฟล์คสวาเก้นกรุ๊ป ซึ่งประกอบด้วย Volkswagen, Audi, Porsche และ Skoda สูงกว่าเครือโตโยต้าถึง 3 เท่า

“สำหรับชาวอุดรธานี” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ อุดรธานี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO อุดรธานี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

สุดสยอง!! กระบะข้ามเลนชนโครมจยย. ลากร่างยาย-หลานดับ 2 ศพ เด็กสาหัสอีก2 ตีนผีเผ่นหนี

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ร.ต.อ.ประเสริฐ โคบำรุง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.เลย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุเมืองเลยว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตสุดสลด 2 ราย และบาดเจ็บ 2 คน ที่ถนนสายเลย-เชียงคาน หน้าค่ายศรีสองรัก ต.นาอ้อ อ.เมือง เลย หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยแพทย์จาก รพ.เลย รีบไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อทำการสอบสวนและชันสูตรพลิกศพทันที201610031654427-20021028190420ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างคีรีจุดเมืองเลย ระดมผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน เป็นเด็กหญิงส่งที่รพ.ค่ายศรีสองรัก และ ร.พ.เลย ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ผจ 2287 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ริมถนนหันหน้าเข้าเมือง ที่ท้ายรถชนต้นไม้เสียหาย ข้างประตูรถด้านขวา พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีดำ ทะเบียน บรร289 ธนบุรี สภาพรถพังยับเยิน201610031654423-20021028190420ข้างรถจักรยานยนต์ พบมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้หญิงและเด็ก ทราบชื่อ คือ นางฉลาด ศรีมงคล อายุ 61 ปี อยู่หมู่ 6 บ้านโพนค่าย ต.นาอ้อ อ.เมืองเลย และอีกคนเป็นเด็กหญิง ชื่อ ด.ญ.กันญาลักษ์  ฤทธิสิงห์ อายุ 5 ขวบ อยู่บ้านเดียวกัน และอีก 2 คนที่นำส่ง รพ. อาการสาหัสมาก คือ ด.ญ.กนกรัตน์ ศรีมงคล อายุ 6 ขวบ ด.ญ.สายปาน ฤทธิสิงห์ อายุ 3 ขวบ บริเวณถนนจากเลนขาออก พบรอยล้อรถยนต์ลากไปทางขวายาวร่วม 50 เมตร ส่วนคนขับรถยนต์ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ชนแล้วหนี201610031654401-20021028190420จากการสอบสวนทราบว่า นางฉลาด ศรีมงคล ได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกจากบ้านไปรับหลานสาวทั้ง 3 คนที่โรงเรียน เพื่อกลับบ้าน ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ ก็มีรถกระบะ โตโยต้า คันดังกล่าว ขับมาจากเมืองเลย มุ่งหน้าไปเชียงคาน รถกระบะเสียหลักข้ามเลนมาชนรถจักรยานยนต์ที่นางเฉลาดขับขี่มากับหลานอย่างแรง พร้อมลากรถไปไกล จนยายและหลานเสียชีวิตคาที่ 2 ศพ และสาหัสอีก 2 คน และท้ายรถกระบะยังไปชนกับต้นไม้ริมทางด้วย201610031654426-20021028190420

ที่มา>>>ข่าวสด

จับ5คนร้ายอุ้มฆ่า2สาวลาว แฉ”เจ้นาง”เจ้าแม่สะหวันนะเขตสั่งเก็บ ปมแค้นแอบเป็นกิ๊กผัว

ความคืบหน้าพบศพ 2 สาวถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะนำศพมาทิ้งไว้ภายในป่าละเมาะระหว่างหมู่บ้านกุดหว้า-หนองห้าง ในเขต ต.หนองห้าง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยจากการชันสูตรของเจ้าหน้าที่พบว่าถูกอาวุธปืนขนาด.38 ยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตทั้ง 2 ราย และมีญาติเดินทางเข้ามายืนยันกับตำรวจว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน มีชื่อจริงคือนางกอง พมสาลี อายุ 40 ปี และนางจันสะหมอน เสนสักดา อายุ 26 ปี ซึ่งทั้งสองเป็นชาวเมืองไซภูทอง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว  ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 กันยายน ที่ห้องประชุม สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 นายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ จำปาทุม ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ ร่วมกันผลการจับกุมคดีฆาตกรรมหญิงสาวสัญชาติลาว 2 ศพ   โดยตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกันลงมือฆ่าตามหมายจับของศาล จ.กาฬสินธุ์รวม 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายเฉลิมพงษ์ ฉายไสว หรือเป้ อายุ 32 ปี 2.นายโอกาศ ตั้งใจมั่นดีกุล หรือเอี้ยง อายุ 36 ปี 3.นายธงชัย ทีจันทร์มาตย์ หรือทน อายุ 24 ปี 4.นายปุณณภพ ภูศิลาแทน หรือสัน อายุ 53 ปี และนางกุลนันท์ แสงโสภณ หรือเอ อายุ 37 ปี  พล.ต.ต.อภิชิตกล่าวว่า กลุ่มคนร้ายซึ่งเป็นชาวไทยได้ล่อลวงผู้ตายขึ้นรถยนต์ 2 คัน นำตัวมาที่บริเวณถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร-ดอนตาลแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายทั้งสองภายในรถจนเสียชีวิต แล้วนำศพมาทิ้งที่เกิดเหตุ แล้วแยกย้ายกันหลบหนีไป ต่อมาชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายได้ทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 1 คน พร้อมรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน อาวุธปืน 1 กระบอก โดยนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหารวม 4 คนให้การรับสารภาพ ส่วนนายโอกาส ซึ่งถูกให้การซัดทอดว่าเป็นผู้ลงมือยิงยังคงให้การภาคเสธ โดยกลุ่มผู้ต้องหาให้การว่ากลุ่มของตนมีชื่อแก๊งว่า “ช.ช้างดำ” ซึ่งได้รับการว่าจ้างจาก “เจ้นาง” ซึ่งเป็นเจ้าแม่ชาวลาว อยู่ที่ตำบลไซภูทอง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท เพื่อให้ฆ่านางจันสะหมอน และนางกอง โดยได้ไปเปิดห้องพักในจังหวัดมุกดาหารรอจนกว่าผู้ตายเดินทางข้ามฝั่งมายังตลาดสดเทศบาล 1 และได้นำตัวทั้ง 2 คน ขึ้นรถเก๋งยี่ห้อนิสสันมายังถนนเลี่ยงเมือง

จากนั้นนายโอกาศชักปืนออกมาจ่อยิงหัวทั้งสองคนภายในรถทันที แล้วนำศพยัดใส่ท้ายท้ายรถพาไปทิ้งในป่ายังอ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเกิดจากความแค้นส่วนตัวในเรื่องชู้สาว ที่ทราบว่า “เจ้นาง” โกรธแค้นผู้ตาย ซึ่งแอบไปกิ๊กกับสามี ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้เร่งรัดติดตามตัวผู้จ้างวาน โดยดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป   นายสอนเพชร เพียรบุพผา ตัวแทนกงสุลสปป.ลาว ณ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในนามตัวแทนญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตขอขอบคุณตำรวจไทย โดยเฉพาะตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.กาฬสินธุ์ ชุดสืบสวนสภ.กุฉินารายณ์ และชุดสืบสวนภาค 4 ที่ร่วมกันทำงานติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้โดยเร็ว ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นี้คนลาวก็ตกใจ แต่หลังจากพบศพเพียงไม่กี่วันตำรวจไทยก็สามารถจับได้ต้องขอขอบคุณตำรวจทุกนายที่ช่วยเหลือจับกุม เรื่องนี้จะกลับไปรายงาน กงสุล สปป.ลาว ต่อไป ทั้งนี้ในส่วน กงศุลสปป.ลาว ก็พร้อมให้การช่วยเหลือการนำศพกลับภูมิลำเนาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติของผู้ตายทั้งสองคนได้เดินทางมาจุดธูปบริเวณป่าที่พบศพเพื่อเชิญดวงวิญาณกลับและรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลบ้านเกิดแล้ว โดยได้รับการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพไปส่งยังด่านสะพาน จ.มุกดาหาร

ที่มา>>>ข่าวสด

ตำรวจหนุ่มเจอด่าน เปิดกระเป๋าหยิบบัตร ปืนลั่นใส่ขาดับสยองต่อหน้าแฟนสาวช็อก

 เมื่อเวลา 00.50 น. วันที่ 3 ส.ค. ร.ต.อ.ชาตรี ศรีจันทร์ ร้อยเวร สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในรถยนต์ ที่บริเวณจุดตรวจถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้เคียงร้านอาหาร ป.รัตนาธิเบศร์ หมู่ 8 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจได้ขับรถคันเกิดเหตุนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.พระนั่งเกล้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงได้ประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูรุดตรวจสอบ ที่รพ.พระนั่งเกล้า พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน สวมกางเกงขาสั้นสีดำ มีแผลถูกยิงที่บริเวณหน้าขาซ้าย 1 นัดทะลุ ที่บริเวณข้อพับและน่องขาซ้ายด้านหลังมีแผลจำนวน 2 จุด ทราบชื่อคือ ส.ต.อ.ฤชากร มณีกาศ อายุ 25 ปี ผบ.หมู่ กก.สส.ภจว.นนทบุรี ส่วนรถยนต์คันเกิดเหตุ คือ รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียน ฉภ7171 นนทบุรี ทราบชื่อคนขับ คือ น.ส.ศุภาพิชญา รัตนา อายุ 23 ปี อยู่หมู่ 1 ต.วัดแก้ว อ.บางแพ จ.ราชบุรี ตรวจสอบภายในรถมีคราบเลือดเต็มเบาะนั่ง ด้านหน้าซ้าย ที่พื้นรถด้านล่างมีรอยรูกระสุน 1 แห่ง ภายในรถพบกระเป๋าสะพายผู้ชายสีน้ำตาล 1 ใบ มีคราบเลือดและรอยรูกระสุนปืนทะลุที่ด้านข้างกระเป๋า 1 แห่ง ในกระเป๋าพบอาวุธปืนกล๊อก ขนาด .40 พร้อมลูกกระสุนปืนในแม็กจำนวน 10 ลูก น.ส.ศุภาพิชญา แฟนสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนและผู้เสียชีวิตได้ไปนั่งทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ย่านถนนพระราม 5 และได้ขับรถออกจากร้าน เพื่อกลับบ้านมาประมาณ 23.50 น. แต่ผู้ตายขับรถกลับไม่ไหว ก่อนจะหยิบอาวุธปืนพกประจำกายออกมาขึ้นลำกล้อง และเก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะปรับเบาะเอนนอน ตนจึงเป็นคนขับ

เมื่อถึงจุดตรวจดังกล่าว ตนได้บอกกับผู้ตายว่ามีด่านตรวจ ผู้ตายจึงได้พยายามจะหยิบบัตรประจำตัวจากกระเป๋าที่สะพายและวางอยู่ที่ตักด้านหน้า เพื่อแสดงต่อตำรวจที่ด่าน จึงได้เกิดเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนเห็นเลือดผู้เสียชีวิตออกมาก จึงได้ขับไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจที่ด่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขึ้นมาขับรถนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า

เบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตเสียเลือดมากและเสียชีวิต ก่อนถึง รพ.จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์ร่วมชันสูตร โดยมีการเก็บคราบเขม่าดินปืนจากผู้เสียชีวิตและแฟนสาวส่งตรวจ จากนั้นได้นำตัว น.ส.ศุภาพิชญา ส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนมอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรอีกครั้งถึงสาเหตุการตาย

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะฟาดเสาไฟฟ้าขาดกระจุย!! รถเละหลุดติดเสา-สายไฟดกระเด็นพาดบ้านไฟไหม้

 วันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.วิทยา ศรีถม ร้อยเวร พงส.สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุ รถยนต์กระบะเสียหลัก ขึ้นฟุตปาธริมถนนเพชรเกษม ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ชนเสาไฟฟ้าแรงสูงขาด 1 ต้น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย จึงเร่งเข้าที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย มูลนิธิระนองสงเคราะห์ และรถเคลื่อนที่เร็ว สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาระนอง ที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนเพชรเกษม ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง ฝั่งตรงกันข้ามโรงน้ำแข็งวีไอ จำกัด รถยนต์กระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน ฒบ 2413 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทรับเหมาวางท่อประปา ขณะแล่นมาด้วยความเร็ว และพื้นถนนเปียก เนื่องจากมีฝนตกลงมา รถยนต์กระบะได้เกิดเสียหลักปีนขึ้นฟุตปาธริมถนน ก่อนรถจะเสียหลักหมุน ท้ายกระบะด้านข้างฟาดเข้ากับเสาไฟฟ้าแรงสูงจนขาด และเอนจะล้มลง โดยที่โคนเสาไฟฟ้า มีเพลาหลังและล้อรถยนต์ทั้งสองข้าง หลุดติดกับโคนเสา ส่วนตัวรถได้พุ่งลงไปในป่าข้างทาง ในสภาพตัวถังพังยับเยิน กู้ภัยต้องลงไปช่วยนำตัวผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ในรถโดยสารจำนวน 2 คน คือนายกฤษฎา เทพวารี และ นางกมลรัตน์ แก้วชัยเสน สองพนักงานวางท่อประปา นำส่งโรงพยาบาลระนองอย่างเร่งด่วน อาการเบื้องต้นปลอดภัยแล้ว มีบาดเจ็บจากการกระแทกภายในรถยนต์ และเจ็บอวัยวะภายในทรวงอก

ด้านรถเคลื่อนที่เร็ว สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาระนอง ได้นำรถกระเช้าพร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ออกตรวจสอบจุดที่ไฟฟ้าดับ พบบ้านเรือนประชาชน ริมถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 ตั้งแต่หัวสะพานบางริ้น จนถึง สำนักงานเขตการไฟฟ้าบางนอน ระยะทาง ร่วม 10 กิโลเมตร ไฟฟ้าดับตลอดสาย ประชาชนเกือบ 1,000 หลังคาเรือน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จนท.การไฟฟ้าเร่งตัดหม้อไฟในจุดที่มีปัญหาออก และสลับกระแสไฟฟ้า เพื่อจ่ายไฟฟ้า ไปยังเส้นทางอื่นๆ ปลายทาง เพื่อให้ได้ใช้ไฟฟ้าชั่วคราว ส่วนที่บ้านใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ สายไฟฟ้าได้ขาดลงมาอยู่ที่หน้าบ้าน เลขที่ 70/2 ม.2 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ส่งผลให้ไฟที่คัตเอาท์ ภายนอกบ้าน บริเวณตู้ยอดเหรียญเครื่องซักผ้า เกิดไฟลุกไหม้แผงไฟเสียหาย และภายในตัวบ้าน เกิดไฟกระชากและลุกไหม้แผงไฟเช่นกัน น.ส.รัตติยา หุ่นบำรุง อายุ 55 ปี เจ้าของบ้าน รีบดึงคัตเอาท์ลง ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ยังไม่มีการสำรวจว่ามีความเสียหายเพียงใด รวมถึงบ้านเรือนบริเวณข้างเคียง จะทำการสำรวจร่วมกับ สำนักงานการไฟฟ้า ในช่วงเช้าต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จอดช่วยคนเจ็บ!! เก๋งหรูป้ายแดงซิ่งชนกระจาย-สาวช็อก งงหนุ่มโผล่บอกตร.คนขับ

 เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 16 ก.ค. ร.ต.อ.สง่า มูลจัด ร้อยเวร สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณจุดกลับรถสวางคนิวาส ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง สมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ และอาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง เดินทางตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณจุดกลับรถ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ขาว ทะเบียน อพร 25 กรุงเทพมหานคร ล้มอยู่บริเวณเกาะกลางถนน สภาพล้อหน้าหลุด ด้านหน้าพังยับ ห่างออกไป 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ คาวาซากิ นินจา 300 สีเขียว ทะเบียน 4 กข 6568 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมฟุตปาธ ในสภาพด้านหน้าพังยับเยินเช่นกัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ กำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งสองที่นอนอยู่กลางถนน โดยจอดรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กฉ 8425 สมุทรปราการ ซึ่งเป็นรถมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการและเปิดสัญญาณไฟเอาไว้เพื่อเป็นสัญญาณให้รถที่วิ่งผ่านไปมารู้ว่าที่จุดดังกล่าวมีอุบัติเหตุ ป้องกันเกิดเหตุซ้ำซ้อน และมีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ถพ 8140 กรุงเทพมหานคร มาจอดรอเลี้ยวกลับรถ อยู่ในจุดกลับรถดังกล่าว

แต่ จู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดคิดเกิดขึ้น ได้มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า เอชอาร์วี สีดำ ป้ายแดง ทะเบียน ร-0900 กรุงเทพมหานคร ที่ขับมาด้วยความเร็ว ได้พุ่งชนเข้าที่ท้ายรถยนต์กระบะที่จอดรอกลับรถ โดยชนเข้าที่บริเวณด้านขวา ก่อนที่รถนั่งส่วนบุคคลป้ายแดงคันดังกล่าวจะเสียหลักพุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์ตู้ของมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ที่จอดเปิดท้ายเตรียมนำผู้บาดเจ็บทั้งสองรายที่เกิดจากรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน ส่งรักษาที่โรงพยาบาล เข้าอย่างจัง เสียงดังสนั่นจนท้ายยุบ โชคดีที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิที่อยู่ท้ายรถกระโดดหลบทัน ระหว่างที่เกิดเหตุได้มีหญิงสาวเปิดประตูรถป้ายแดงที่วิ่งมาชนท้ายรถลงมาทางด้านคนขับ ทราบชื่อภายหลัง คือ นางสาวอรอุมา อายุ 23 ปี อยู่หมู่ 6 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ  โดยออกมาด้วยอาการตื่นตระหนก แต่พอร้อยเวรเจ้าของคดีมาถึงที่เกิดเหตุกลับมีชายมาอ้างตัวเป็นคนขับรถป้ายแดงคันดังกล่าว พร้อมให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นคนขับรถคันดังกล่าวเอง และกำลังจะกลับบ้านพักที่อยู่ในซอยวิทยุการบิน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยจะตีโค้งอ้อมรถกระบะคันดังกล่าวขึ้นไปกลับรถยังเลนที่สอง แต่หักหลบไม่พ้น จึงชนท้ายรถกระบะก่อนที่จะเสียหลักไปชนท้ายรถมูลนิธิดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

 

 

แฟนสาวร้องไห้โฮ!! เห็นศพหนุ่มกระเด็นจากรถทะลุกำแพงวัดดับสยอง หลังบอกจะมารับ

 สลดหนุ่มพนักงานห้างดังบุรีรัมย์ ซิ่งกระบะจะไปรับแฟนสาวหลังเลิกงาน เสียหลักหลุดโค้งบริเวณหน้าวัดชนป้ายบอกทางหัก ก่อนเหินข้ามท่อระบายน้ำพุ่งชนทะลุกำแพงวัดพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้า คนขับร่างกระเด็นออกจากตัวรถเสียชีวิตคาที่ แฟนสาวเห็นศพถึงร้องไห้โฮ วันที่ 14 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.มานพ อักษรณรงค์ ร้อยเวรฯ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนกำแพงวัดพังเสียหาย มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนสายบุรีรัมย์–นางรอง บริเวณทางโค้ง หน้าวัดบ้านบัว ต.บ้านบัว ก่อนเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 10 กิโลเมตร พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตูสีขาว ทะเบียน 3 บย 2806 บุรีรัมย์ พลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าอัดก๊อปปี้อยู่กับกำแพงวัด สภาพพังเสียหายยับเยินทั้งคัน ใกล้ซากรถพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายจักรภพ ภาษาสุข อายุ 26 ปี อยู่ ม.2 ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ พนักงานห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง (โฮมโปร) ซึ่งเป็นคนขับ คาดว่าน่าจะกระเด็นตกออกจากตัวรถ ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบป้ายบอกทางของเทศบาลตำบลบ้านบัวถูกชนจนหักเสียหาย ท่ามกลางประชาชนที่มามุงดูเป็นจำนวนมาก

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ได้ยินเสียงรถคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วสูง พอถึงบริเวณหน้าวัด ซึ่งเป็นทางโค้งอาจทำให้บังคับรถไม่ได้ จนเกิดเสียหลักชนป้ายบอกทาง ก่อนจะพุ่งชนกำแพงวัดเต็มแรงกำแพงทะลุ ส่วนสภาพรถก็พังเสียหายยับเยินทั้งคัน   ต่อมา น.ส.ปานใจ มณีรัตน์ แฟนสาวก็ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่ม ถึงกับร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ พร้อมบอกว่าตนเองกับแฟนทำงานในห้างเดียวกัน แต่วันนี้เป็นวันหยุดของแฟนจึงได้เดินทางกลับบ้านที่ อ.ชำนิ กระทั่งช่วงค่ำก็คุยโทรศัพท์กับแฟนบอกว่าจะมารับหลังเลิกงาน หลังวางโทรศัพท์ได้ไม่นาน ก็มีเพื่อนมาบอกว่าแฟนประสบอุบัติเหตุ จึงรีบออกไปดูก็พบว่าแฟนเสียชีวิตแล้ว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ น่าจะเกิดจากคนขับ ขับรถด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงทางโค้งจึงเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนป้ายและกำแพงวัดจนทะลุ เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด