สลด! จัดพิธีวิวาห์ศพคู่รักก่อนส่งขึ้นเมรุเผาทั้งคู่ เผยคบหามา7ปีก่อนถูกรถชนตายพร้อมกัน

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ฌาปนสถาน วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้จัดพิธีแต่งงานให้ศพคู่รักวัยรุ่น หลังจากเสียชีวิตจากเหตุการณ์อุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายจยย.ที่ทั้งคู่ขี่มา บริเวณถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตร ที่ 181 ขาเข้าระยอง ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 30 ก.ค.59   จากอุบัติเหตุดังกล่าว ทำให้น.ส.ณิชา โห้มาต อายุ 19 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และนายอิสระ สุขวัฒนา อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนไปเสียชีวิตที่ร.พ.สิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันนี้ ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่าย ได้จัดพิธีมงคลสมรส แห่ขันหมาก กันประตูเงินประตูทอง สู่ขอ และรดน้ำสังข์ ให้กับผู้เสียชีวิตทั้งคู่ โดยภายในงานญาติๆ ได้จำทำการ์ดงานแต่งและรูปคู่กัน เหมือนงานแต่งทุกอย่าง ก่อนจะทำการฌาปนกิจศพทั้งคู่ โดยมีญาติเพื่อน พี่น้อง ประชาชนเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก  นางตรีทิพย์ พันธ์สุวรรณ อายุ 48 ปี มารดานายอิสระ หรือสไปร์ กล่าวว่า ลูกชายเป็นแฟนกับน.ส.ณิชา ซึ่งทั้งคู่คบกันมานานกว่า 7 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนในระดับมัธยมต้น ก่อนทั้งคู่จะประสบเหตุเสียชีวิต โดยฝ่ายชายตั้งใจจะบวชเพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดาก่อน จากนั้นฝ่ายชายจะไปสู่ขอแฟนสาวเพื่อเข้าพิธีมงคลสมรส แต่มาประสบอุบัติเสียชีวิตพร้อมกัน นางตรีทิพย์กล่าวว่า ทั้งคู่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลวัดเดียวกัน เนื่องจากเป็นความตั้งใจญาติผู้ตายทั้งคู่ญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย จึงร่วมกันจัดพิธีเหมือนจริงทุกประการ ก่อนมีการฌาปนกิจศพ โดยมีพิธีมงคลสู่ขอแต่งงาน แห่ขันหมาก และรดน้ำสังข์ ซึ่งสร้างความสลดกับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก เพราะผู้ตายมีความรักที่มั่นคงต่อกัน นางตรีทิพย์กล่าวกล่าวด้วยว่า ผู้คนที่มาร่วมงานศพให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นเรื่องที่แปลก แต่ญาติและเพื่อนๆของผู้เสียชีวิตทำแล้วมีความสุขทางใจก็ถือเป็นเรื่องปกติเพราะคนตายทั้งคู่มีความรักและความผูกพันต่อกันอย่างลึกซึ่งและรักกันมาอย่างยาวนาน จนเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิตทั้งคู่ หลังจากฌาปนกิจศพทั้งคู่แล้วจะมีการนำอัฐิของทั้งคู่ไปลอยอังคารบริเวณอ่าวสัตหีบต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตายยกคัน 5 ชีวิต!! เก๋งสาวใหญ่ซิ่งชนสนั่นรถพ่วง สลดไม่รอดทั้งคน-ทั้งสุนัข

 เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 18 ก.ค. ศูนย์วิทยุพุทไธสวรรย์ ลพบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันที่บริเวณเส้นทางท่าหลวง-ด่านขุนทด บริเวณบ้านบ่อคู่ หมู่ที่ 2 ต.ท่าหลวง อ.ท่าหลวง ลพบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ทั้งหมดอาการสาหัส อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าหลวง และประสานแพทย์เวรจาก รพ.ท่าหลวง เร่งเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กง-1388 ลพบุรี ชนกับรถบรรทุกพ่วงยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน38-3686 นครสวรรค์ มีผู้ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการตัดถ่าง นำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บออกมา แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้เนื่องจากทั้ง 3 ราย อาการสาหัส ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ภายในรถยังพบสุนัขจำนวน 2 ตัว ตายคาที่ภายในซากรถเก๋ง ต่อมา ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ มุกดาม่วง รองสารวัตร (สอบสวน)ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่ารถยนต์เก๋งได้ขับแซงรถคันหน้าแต่ไม่พ้นได้พุ่งชนประสานงากับรถยนต์บรรทุกพ่วง ที่ขับสวนเส้นทางมาอย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด รวมถึงสุนัขอีก 2 ตัว ทราบชื่อต่อมา คือ นางสาววิภาพร โชติวงค์ อายุ 53 ปี ด.ช.สำราญ คงบุญ อายุ 13 ปี และ ด.ช.ธนากร ขันติกุล อายุ 9 ปี นายดาวัลย์ เทียนถาวร คนขับรถบรรทุกพ่วง ได้ให้การด้วยความตื่นตระหนกว่า ขณะที่ขับรถมาตามเส้นทางดังกล่าว ซึ่งมีรถคับคั่ง จู่ๆ รถเก๋งคันที่ประสบเหตุได้ขับแซงรถคันหน้ามาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับรถตนเองบรรทุกของมาเต็มคันรถ หักหลบไม่ทัน จึงได้ชนประสานงาอย่างจัง ร้อยเวรได้ควบคุมตัวนายดาวัลย์ คนขับรถบรรทุกไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ท่าหลวง ส่วนศพผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ได้มอบให้อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์นำพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งที่ รพ.ท่าหลวง ก่อนจะได้ติดต่อญาติผู้เสียชีวิตมารับศพต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หวิดสูญเงินล้าน! แก๊งตุ๋นซื้อที่ดินต้มพ่อเฒ่า ยัดไส้แบงก์กาโม่ตบตา

พ่อเฒ่าถูกแก๊งต้มตุ๋นชายหญิง หลอกจะซื้อที่ดินเอาค่านายหน้ามาล่อ ให้ไปเบิกเงินสด1ล้านนำขึ้นรถมาด้วยกัน พ่อเฒ่านั่งกอดเงินไม่ยอมลง แต่พลาดลงไปดูดบุหรี่ ถูกเชิดหนี ยังดีที่ตามจับผู้หญิงได้ พบใช้แบงก์กาโม่ยัดไส้ตบตา…

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 เม.ย.59 พ.ต.ต.ภักดี ตันอนุกูล สารวัตรสอบสวน สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งจากนายเริ่ม ใจจง อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู่ 13 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร ว่าถูกแก๊งคนร้ายเป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน หลอกให้นำเงินจำนวน 1 ล้านบาท มาไถ่ถอนที่ดินแล้วเชิดเงินหนีไป จึงแจ้งศูนย์วิทยุสกัดจับ

ทั้งนี้ นายเริ่ม ผู้เสียหาย ให้การว่ามีอาชีพทำสวนปาล์มและเป็น กก.ตร.สภ.ละแม เมื่อ 4 วันก่อนมีผู้หญิงวัยกลางคน ชื่อตามบัตรประชาชนคือนางณสมนต์ แมงทับ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/14 หมู่ 15 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทำทีมาถามซื้อที่ดินของตนโดยมากัน 2 คนกับผู้ชายซึ่งอยู่รถเก๋งคันที่ใช้ก่อเหตุ โดยบอกว่าจะขอซื้อที่ดินให้กับหลานสาวที่มีสามีเป็นฝรั่งอยู่กรุงเทพฯ ตกลงซื้อขายในราคา 6 ล้านบาทนัดโอนวันจันทร์หน้าต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 22 เม.ย. นางณสมนต์ ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีน้ำเงิน ทะเบียน กธ 4753 นนทบุรี มาหาตนที่บ้าน โดยมีชายวัยกลางชื่อเล่นว่าพงษ์เป็นคนขับ และบอกว่าจะให้ช่วยติดต่อซื้อขายที่ดินของนายสมาน ที่อยู่ใกล้เคียง อีกจำนวน 22 ไร่เศษ ในราคาไร่ละ 700,000 บาท โดยจะได้ค่านายหน้าเป็นเงินถึง 5 ล้านบาท และเสนอค่าแบ่งนายหน้าให้ตน 1 ล้านบาท หากมีการซื้อขายที่ดิน แต่อ้างว่าติดปัญหาอยู่ที่โฉนดที่ดินของนายสมานติดจำนองอยู่กับพ่อค้ารับซื้อยางพาราที่ อ.หลังสวน เป็นเงิน 1,800,000 บาท แต่นางณสมนต์ มีเงินแค่ 800,000 บาท จึงได้พยายามเกลี้ยมกล่อมให้ช่วยออกเงินที่เหลือ ตนตกลงและไปเบิกเงินที่ธนาคารออมสิน สาขาละแม จำนวน 1 ล้านบาท โดยเป็นผู้ถือเงินสดมาเอง นั่งมาในรถเก๋งของนางณสมนต์

นายเริ่ม ให้การด้วยว่า ระหว่างทางตนก็ระวังตัวมาตลอด เพราะไม่เคยรู้จักกับนางณสมนต์มาก่อน และมาเอะใจเมื่อทั้งคู่พยายามให้ตนลงจากรถถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกหลอกว่าจะไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาลหลังสวน ครั้งที่ 2 ให้ไปถ่ายเอกสาร แต่ตนไม่ยอมลงจากรถ โดยให้เหตุผลว่าเงินอยู่ในรถตั้ง 1 ล้านบาทเลยไม่กล้าลง ต่อมาสักพักมีผู้หญิงวัยกลางคนอีก 1 คน นำเงินมายื่นให้กับนายพงษ์และนางณสมนต์ บอกว่า เป็นค่ามัดจำ จำนวน 500,000 บาท ซึ่งทราบต่อมาว่าเป็นธนบัตรปลอมพ่อเฒ่า ผู้เสียหาย ให้การต่อว่า ต่อมาสักพัก ทั้งคู่อ้างว่าจะขอไปเบิกเงินที่เพื่อนโอนมาให้อีก 500,000 บาท ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาหลังสวน โดยไปจอดรถที่บริเวณใกล้ๆ กับธนาคาร ระหว่างที่รออยู่นั้น ตนได้วางกระเป๋าเงินและเอกสารไว้ที่ในรถ แล้วลงไปสูบบุหรี่ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นรถคันดังกล่าวขับออกไปอย่างรวดเร็ว จึงรู้ว่าถูกหลอกและรีบมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมา ศูนย์วิทยุได้รับแจ้งจาก ร.ต.ท.ประชา อรชุน และ ร.ต.อ.เจียรศักดิ์ ยินดี รอง สวป.ว่าพบรถต้องสงสัย ที่ถนนสาย 4006 หลังสวน-พะโต๊ะ บริเวณทางเข้าส่วนปาล์ม หมู่ 5 ต.วังตะกอ และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 คนเป็นผู้หญิง ส่วนผู้ชายที่ชื่อพงษ์ ซึ่งขณะนั้นกำลังสับเปลี่ยนป้ายทะเบียนปลอมที่เตรียมมา เมื่อเห็นตำรวจได้วิ่งหนีเข้าสวนปาล์มไปทิ้งนางณสมนต์ไว้ที่ในรถ และเมื่อนางณสมนต์เห็นตำรวจถึงกับร้องไห้ พร้อมยกมือไหว้ผู้เสียหายไม่ให้เอาเรื่องตรวจสอบภายในรถพบเงินถูกแบ่งใส่ซองสีน้ำตาลจำนวน 2 ซอง ซองละ 500,000 บาท รวม 1,000,000 บาท และมีเงินปลอมอีกจำนวนเกือบ 500,000 บาท โดยข้างบนและข้างล่างเป็นธนบัตรของจริงส่วนข้างในยัดไส้แบงก์กาโม่ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน

ด้านนางณสมนต์ เบื้องต้นให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง มาเป็นเพื่อนนายพงษ์เท่านั้น ซึ่งยังให้การวกวน แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ อีกทั้งยังไม่ยอม ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับตำรวจ.

ที่มา>>>Thairath